องค์ความรู้ตามจังหวัด

 

องค์ความรู้แยกตามจังหวัด

"ขี้แดดนาเกลือ" คือ สาหร่ายและตะใคร้น้ำที่ จับตัวกันเป็นแผ่นในนาเกลือ และตกตะกอนแห้งสนิทในนาเกลือ หลังพักการทำนาเกลือในฤดูฝน  ขี้แดดนาเกลือชาวนาเกลือเรียกว่า “ดินหนังหมา” 

 

 

 

ชาวนาเกลือจะเก็บขี้แดดปีละครั้ง ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ของทุกปีก่อนบดนาทำนาเกลือ ขี้แดดนาเกลือเกิดจาก การทำนาเกลือในช่วงปลายฤดูฝนก่อนการทำนาเกลือของปีถัดไป ขี้แดดนาเกลือเกิดจากสาหร่าย ตะไคร่น้ำ และจุลินทรีย์เล็กๆ ในน้ำ ในอันนาเกลือ หลังจากหมดฤดูฝนน้ำในนาเกลือจะแห้ง สาหร่าย ตะไคร่น้ำ และจุลินทรีย์เล็กๆ เหล่านั้นจะหดตัวขี้แดดนาเกลือ หรือ ดินหนังหมา สำหรับนาเกลือแล้วขี้แดดนาเกลือถือเป็นปัญหาของชาวนาเกลือเพราะนอกจากต้องเสียแรงงานในการขุดขี้แดดนาเกลือแล้วยังต้องหาพื้นที่กองขี้แดดซึ่งมีมากขึ้นทุกปีประมาณ  600 – 1,000 กิโลกรัม ต่อไร่ต่อปี

 

การใช้ประโยชน์ปุ๋ยชีวภาพขี้แดดนาเกลืออัดเม็ดในการเกษตรแบบเกษตรอินทรีย์

ขี้แดดนาเกลือ พบว่ามีให้ปริมาณของธาตุอาหาร เช่น ฟอสฟอรัส (P2O5 ) ไนโตรเจน และโปรแตสเซียม (K2O) ในปริมาณที่เหมาะสมและมีคุณสมบัติที่จะช่วยปรับปรุงโครงสร้าง ของดินให้ร่วนซุย ดังนั้นจึงสามารถนำมาใช้ประโยชน์ ดังนี้   (ที่มา : นายสรณพงษ์ บัวโรย และคณะ 2545)

 

การใช้ประโยชน์ปุ๋ยชีวภาพขี้แดดนาเกลืออัดเม็ด

1.      ไม้ผล จากการทดสอบกับชมพู่เพชร ส้มโอขาวใหญ่ มะนาว ละมุด พุทรา ฝรั่งมะละกอ ทับทิม  แตงโม

แตงไทย ฯลฯ ปรากฏว่า มีการเจริญเติบโตดี สีสดเนื้อแน่น รสชาติหวานขึ้น

 

 

 

 

2.      พืชผัก  จากการทดสอบกับบวบ กวางตุ้งผักกาดขาว กะเพรา โหระพา ฯลฯเจริญเติบโตดีถ้าเป็นพืชหัว  หัวจะแน่น ถ้ามีดอกจะดก

 

 

 

3.      สัตว์เลี้ยง ใช้ในการเลี้ยงนกและไก่ จะเจริญเติบโตดี ไก่จะไม่จิกกันเอง ขนไม่หลุดง่าย และสามารถใช้เลี้ยง ปลาหมอเทศ และปลากระบอกได้

 

 

 

การผลิตปุ๋ยชีวภาพขี้แดดนาเกลืออัดเม็ดด้วยหัวเชื้อราอัดเม็ด “ราชมงคลธัญบุรี”

  ส่วนประกอบ

     1. มูลสัตว์             3     ส่วน

     2. แกลบดิบ           3     ส่วน

     3. รำละเอียด         1/2  ส่วน

     4. ขี้แดดนาเกลือ     3     ส่วน

     5. หัวเชื้อราอัดเม็ด “ราชมงคลธัญบุรี” 1 ลิตร/ปุ๋ย1 ตัน

     6. กากน้ำตาล        2 ก.ก/ปุ๋ย 1  ตัน

 

  วิธีทำ

1.       นำมูลสัตว์ไปตากให้แห้ง แกลบดิบ รำละเอียด  ขี้แดดนาเกลือ ในอัตราส่วนดังกล่าวคลุกเคล้าให้เข้ากัน

2.       ผสมหัวเชื้อราอัดเม็ด “ราชมงคลธัญบุรี” กับกากน้ำตาล และน้ำสะอาด เพื่อเป็นการเตรียมเชื้อ พักไว้ 2-3 ชั่วโมง  (เรียกว่า น้ำหัวเชื้อ)

3.       เตรียมน้ำหัวเชื้อในข้อ 2  ใส่บัวรดน้ำหรือบรรจุในภาชนะ รดราดไปที่กองปุ๋ย ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน ให้ระดับความชื้นพอดี  โดยใช้มือกำเป็นก้อนแล้วไม่แตก แสดงว่าความชื้นเหมาะสมแล้ว กองปุ๋ยควรเป็นกองสี่เหลี่ยมผืนผ้า  กลับกองปุ๋ยทุก 3 วัน 

4.       หมักปุ๋ยชีวภาพเป็นเวลา 10 – 15  วัน  จึงนำปุ๋ยชีวภาพไปอัดเม็ดใช้ (หรือเก็บรักษาในถุงที่กันความชื้น สำหรับนำไปใช้ประโยชน์ในการเกษตรแบบเกษตรอินทรีย์ 

 

 

วิธีใช้ 

1.       ไม้ผล ใช้ปุ๋ยชีวภาพขี้แดดนาเกลืออัดเม็ดผสมดินสำหรับปลูกพืชแบบเกษตรอินทรีย์ ได้แก่ ไม้ผล  และไม้ดอก โดยใส่รอบทรงพุ่มไม้ยืนต้น  เดือนละ 1 ครั้ง ปริมาณ 1 กำมือต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร  ทำให้เพิ่มความหวานและสร้างสีสันให้กับไม้ผลและดอกไม้ ทนทานต่อโรคพืชเนื่องจากเชื้อราและแบคทีเรีย เพิ่มผลผลิตต่อต้น การเจริญเติบโตดีกว่าปกติ 2-3 เท่า

2.       พืชผักสวนครัว เช่น ผักบุ้ง กวางตุ้ง ใบโหรพา กะเพรา เป็นต้น ใส่ปุ๋ยชีวภาพขี้แดดนาเกลืออัดเม็ด 2 ครั้งๆ ละ 10 – 15 กิโลกรัมต่อไร่

3.       การปลูกข้าว ใส่ปุ๋ยขี้แดดนาเกลืออัดเม็ด 2 ครั้ง ๆ ละ 20 กิโลกรัมต่อไร่

 

ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมการใช้ขี้แดดนาเกลือสด

1.       ปุ๋ยชีวภาพขี้แดดนาเกลือสด ต้องใช้เพียงครึ่งหนึ่งของปุ๋ยชีวภาพอัดเม็ด  และต้องรดน้ำให้ชุ่มเพื่อลดความเค็มให้น้อยลง

2.       หากการเจริญเติบโตพืชมีอาการใบไหม้ หรือแคระแกรน ให้หยุดใส่ปุ๋ยชีวภาพสด แต่ให้รดน้ำให้ชุ่ม

 

 

กิจกรรมการบริการชุมชน การผลิตปุ๋ยชีวภาพขี้แดดนาเกลืออัดเม็ดด้วยหัวเชื้อราอัดเม็ด “ราชมงคลธัญบุรี”เพื่อการพัฒนาชุมชนตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง     

 

 

 

 

เรียบเรียงโดย

     ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ฐิตยา   ศรขวัญ

     ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุกาญจน์ รัตนเลิศนุสรณ์

 


โดย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี